เรื่อง ระบบสืบพันธุ์

การสืบพันธุ์ หมายถึง การผลิตสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวกัน เพื่อให้สิ่งมีชีวิตนั้นๆ ดำรงเผ่าพันธุ์ต่อไป มี 2 แบบคือ

1. การสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ คือ การสืบพันธุ์ที่ไม่มีการผสมกันระหว่างเซลล์สืบพันธุ์เพศผู้กับเพศเมีย
2. การสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ คือ การสืบพันธุ์ที่มีการผสมกันระหว่างเซลล์สืบพันธุ์เพศผู้กับเพศเมีย

การสืบพันธุ์ของคนเป็นการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศโดยวิธีการปฏิสนธิภายใน เมื่อชายและหญิงย่างเข้าสู่วัยรุ่น ต่อมใต้สมองจะหลั่งฮอร์โมนกระตุ้นต่อมเพศ (ชายคืออัณฑะ หญิงคือรังไข่) ให้ผลิตฮอร์โมนเพศและผลิตเซลล์สืบพันธุ์

ข้อมูลในส่วนนี้ถูกซ่อนไว้ (คุณต้องสมัครสมาชิกและมี 1 โพส}:
คุณมีสิทธิไม่เพียงพอในการดูข้อมูลที่ถูกซ่อน

6. ต่อมลูกหมาก (Prostate gland) มีหน้าที่สร้างสารที่มีฤทธิ์เป็นเบสอ่อนๆเพื่อใช้ล้างความเป็นกรดที่ท่อ ปัสสาวะของเพศชายและช่องคลอดของเพศหญิง
7. ต่อมคาวเปอร์ (Cowper gland) ทำหน้าที่หลั่งสารหล่อลื่นในท่อปัสสาวะ
8. ลึงค์หรือองคชาติ (Penis) เป็นส่วนที่ยื่นออกมาจากร่างกาย อยู่ระหว่างอัณฑะทั้ง 2 ข้าง ภายในมีท่อปัสสาวะ มีช่องเปิดสำหรับขับน้ำอสุจิและน้ำปัสสาวะออกมา
โดยทั่วไปเด็กชายจะเริ่มสร้างตัวอสุจิได้เมื่อเริ่มเข้าสู่วัยรุ่นประมาณ 12-13 ปี และจะสร้างไปจนตลอดชีวิต ตัวอสุจิประกอบด้วยด้านส่วนหัวซึ่งภายในมีนิวเคลียสและส่วนหางที่ยาวช่วยใน การเคลื่อนที่
ในการหลั่งน้ำอสุจิแต่ละครั้ง จะมีน้ำอสุจิประมาณ 3-4 ลูกบาศก์เซนติเมตร มีตัวอสุจิประมาณ 350-500 ล้านตัว ตัวอสุจิที่หลั่งออกมาจะมีชีวิตอยู่ได้ประมาณ 2 ชั่วโมง แต่อยู่ในร่างกายเพศหญิงได้ประมาณ 2 วันหรือ 48 ชั่วโมง





ระบบสืบพันธุ์เพศหญิง(Female Reproductive System)
แบ่งได้ 2 ส่วน คือ
1.อวัยวะสืบพันธุ์เพศหญิงภายนอก ( external female genital organ ) ประกอบด้วย
1.1 คลิทอริส ( clitoris ) เป็นส่วนที่ปรากฎอยู่ทางส่วนบนของแคมเล็ก มีลักษณะการเจริญเช่นเดียวกับลึงค์ของผู้ชาย คือมีเนื้อเยื่อที่แข็งตัวได้ มีปลายประสาทมาสิ้นสุดมากจึงรับความรู้สึกต่างๆ ได้เร็ว
1.2 แคมใหญ่ ( labia majora ) เป็นส่วนของผิวหนังที่มีก้อนไขมัน ด้านหน้าของแคมใหญ่ทั้งสองข้างจะติดกับเนินหัวเหน่า แคมใหญ่จะมีการเจริญมาเช่นเดียวกับถุงอัณฑะของเพศชาย
1.3 แคมเล็ก ( labia minora ) เป็นส่วนของผิวหนังที่อยู่ด้านในของแคมใหญ่และถูกแคมใหญ่ปิดทับอยู่ แคมเล็กมีต่อมไขมันมาก เพื่อช่วยให้เกิดการหล่อลื่นและป้องกันการเสียดสีขณะเกิดการร่วมเพศ

2. อวัยวะสืบพันธุ์ของเพศหญิงภายใน ( internal female genital organ ) เป็นอวัยวะส่วนที่มองไม่เห็นจากภายนอก ประกอบด้วย
1. รังไข่ (Ovary) มี 2 อันอยู่คนละข้างของมดลูก ทำหน้าที่สร้างไข่และฮอร์โมนเพศหญิง โดยปกติจะมีการตกไข่ทุกๆ 28 วัน โดยแต่ละครั้งจะตกเพียงใบเดียวจากรังไข่แต่ละข้างสลับกันทุกเดือน
2. ท่อนำไข่หรือปีกมดลูก (Ovulation / Fallopian tube) บุด้วยเซลล์ที่มีขนสั้นๆ ทำหน้าที่พัดโบกไข่ที่ตกจากรังไข่ให้เข้าไปในปีกมดลูกเป็นบริเวณที่เกิดการ ปฏิสนธิ
3. มดลูก (Uterus) ภายในเป็นโพรงสำหรับรองรับการฝังตัวของตัวอ่อนจนถึงกำหนดคลอด มีขนาดเท่าผลชมพู่ ถ้ามีไข่ตก ผนังของมดลูกจะมีหลอดเลือดมาหล่อเลี้ยงจำนวนมาก
4. ช่องคลอด (Vagina) เป็นทางผ่านของสเปิร์มเข้าไปในร่างกาย, เป็นทางคลอดของทารกและเป็นทางออกของประจำเดือน

การปฏิสนธิ คือ กระบวนการที่เซลล์ของเพศชาย รวมกับเซลล์ของเพศหญิง ทำให่เกิดเซลล์ใหม่

การตกไข่ คือ การที่ไข่สุกและออกจากรังไข่เข้าสู่ท่อนำไข่ ในช่วงกึ่งกลางของรอบเดือน ถ้านับวันแรกที่มีประจำเดือนเป็นวันที่ 1 การตกไข่จะเกิดขึ้นประมาณ วันที่ 13-15

เมื่อไข่ได้รับการผสม จะมีการแบ่งตัวจาก 1 เป็น 2 เป็น 4 ไปเรื่อยๆ ในขณะเดียวกันจะเคลื่อนที่จากท่อนำไข่เพื่อไปฝังตัวที่
ผนังมดลูก ซึ่งผนังมดลูกมีลักษณะที่หนามากขึ้นเพื่อเตรียมตัวสำหรับรับไข่ที่ได้รับการผสม

เมื่อเอ็มบริโอฝังตัวกับผนังมดลุกแล้วนั้น ก็ยังคงมีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างต่อไปเรื่อยๆจนกระทั่ง มีอายุได้ 8 สัปดาห์
เอ็มบริโอจะมีลักษณะทุกอย่างเหมือนกับคน และกระดูกในร่างกายจะเปลี่ยนจากกระดูกอ่อนเป็นกระดูกแข็ง โดยมีการเปลี่ยนแปลงดังนี้

อายุ 3 สัปดาห์ เริ่มมีหัวใจ สมอง และกระดูกไขสันหลัง
อายุ 4 สัปดาห์ เริ่มมี ตา ปุ่มแขน และปุ่มขา
อายุ 5 สัปดาห์ ปุ่มแขนและปุ่มขาขยาายขนาดใหญ่ขึ้น เรื่อยๆ
อายุ 6 สัปดาห์ เริ่มมีหู
อายุ 7 สัปดาห์ เริ่มมีแผดานในช่องปาก
อายุ 8 สัปดาห์ เริ่มปรากฏอวัยวะเพศภายนอก กนะดูกในช่องปากเปลี่ยนจากกระดูกอ่อนเป็นกระดุกแข็ง
และมีทุกอย่างเหมือนคน หลังจากนั้นเป็นการเจริยเติบโตของอวัยวะต่างๆทั้งภายนอกและภายใน เพื่อให้สมบูรณ์
และพร้อมที่จะทำงานได้
อายุ 38 สัปดาห์ หรือ 9 เดือน คลอดออกมาเป็นทารก







นักเรียนทราบหรือไม่...............ว่า

1.ตัวอสุจิ มีขนาดเล็กมากไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
ประกอบด้วยส่วนหัวและส่วนหาง ซึ่งภายในส่วนหัวจะมีนิวเคลียส และส่วนหางจะใช้ในการเคลื่อนที่ ตัวอสุจิจะเคลื่อนที่ได้ประมาณ 1-3มิลลิเมตรต่อนาทีและมีชีวิตอยู่ได้นาน 24-48 ชม.



2.การท้องนอกมดลูก คือ การที่ไข่ได้รับการปฏิสนธิแล้ว
ไม่ไปฝังตัวที่ผนังมดลุกแต่กลับไปฝังตัวที่อื่นเช่น บริเวณช่องท้อง
บริเวณปีกมดลูก ซึ่งทำให้ผู้เป็นมารดามีอาการปวดท้อง
อย่างรุนแรงและอาจมีอันตรายถึงชีวิตได้

3.การทำแท้ง เมื่อเอ็มบริโอมีอายุประมาณ 8 สัปดา์ห ์ื
นั้นอาจจะทำให้ผู้เป็นมารดาอันตรายถึง
แก่ชีวิตได้และอาจพบอาการแทรกซ้อนมากมายเพราะอาจ
เกิดการติดเชื้อร้ายแรง เช่น เนือ้เน่าตาย บาดทะยัก