ปี 57 จบใหม่อาชีพตกงานอันดับต้นๆคือ…

ปี 57 จบใหม่อาชีพตกงานอันดับต้นๆคือ คอมพิวเตอร์ – วิศวกรรม !!

**ยาวนิดแต่อ่านจบแล้วได้ประโยชน์มาก**

ว่างงานรวมปี 57 คาดนักศึกษาจบใหม่ตกงาน 1.5 แสนคน รวมว่างงานสะสมเป็น 4.9 แสนคน ตะลึง 5 อันดับสาขาที่เรียนแล้วตกงานมากที่สุดมีสายงาน

“คอมพิวเตอร์-วิศวกรรม” คู่มากับสายสังคมศาสตร์ มนุษย์ศาสตร์ เจ้าหน้าที่กองวิจัยตลาดแรงงาน กรมการจัดหางานระบุ “สายช่าง” เป็นสายอาชีพที่ขาดแคลนหนัก-รายได้สูง แต่คนไม่อยากทำเพราะอยากได้ปริญญาบัตร ขณะที่มหาลัยแห่เปิดสาขาที่คนนิยมเรียนเพิ่มแม้จบแล้วไม่มีงานทำ

ปัญหาภาคแรงงานไทย มิเพียงแต่มีปัญหาแรงงานในระดับแรงงานระดับล่างที่ส่วนใหญ่เป็นแรงงานต่างด้าวที่เกี่ยวข้องกับปัญหาค้ามนุษย์ และคสช.กำลังมีการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวอย่างจริงจัง แต่ปัญหาภาคแรงงานไทยกลับเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง และเชื่อมกับปัญหาการศึกษาของไทยที่เป็นปัญหาหยั่งรากลึกที่ต้องแก้ทั้งระบบ

ไม่เช่นนั้น เด็กไทยอาจยังหลงทาง เรียนแล้วไม่มีงานทำกันให้ช้ำใจภายหลัง ที่แม้แต่สาขาวิศวกรรมก็ยังถือเป็นอาชีพที่เรียนแล้วอาจตกงาน!

ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติรายงานว่า ตัวเลขการว่างงานของไทยในเดือนพฤษภาคม 2557 มีกำลังแรงงานประมาณ 38.37 ล้านคน เป็นผู้มีงานทำแล้ว 37.76 ล้านคน และมีผู้ว่างงานอยู่ 3.62 แสนคน คิดเป็นอัตราการว่างงานร้อยละ 0.9

สอดรับกับข้อมูลของบริษัทจัดหางาน จ๊อบส์ดีบี ที่ล่าสุดเพิ่งมีรายงานระบุว่า ปี 2557 นี้ทั้งปี คาดว่าจะมีนักศึกษาจบใหม่รวม 4 แสนคน แบ่งเป็น ระดับปวช. ปวส. 1 แสนคน และปริญญาตรีประมาณ 3 แสนคน ในจำนวน 4 แสนคนนี้ คาดจะมีคนตกงานประมาณ 1.5 แสนคน ปีนี้เมื่อนำไปรวมกับตัวเลขการตกงานที่ค้างอยู่เดิมจะมีตัวเลขคนตกงานสะสมประมาณ 490,000 คน

อนึ่ง ระดับของโครงสร้างแรงงานเวลานี้ จะมี 2 ระดับ คือแรงงานระดับล่าง และระดับสูง ในการหางานของแรงงานทั้งสองกลุ่มนี้มีความแตกต่างกัน แรงงานระดับล่างมักจะหางานโดยตรง หรือผ่านสำนักงานจัดหางาน แต่สำหรับแรงงานระดับบน หรือแรงงานที่เป็นนักศึกษาโดยเฉพาะนักศึกษาระดับปริญญาตรีในประเทศไทยจะหางานจากบริษัทเอกชนที่ให้บริการในสื่ออินเทอร์เน็ต หรือสื่อออนไลน์

แต่ข้อมูลของทั้งภาคเอกชนและของภาครัฐเวลานี้ตรงกัน คือ แรงงานที่ขาดแคลนหนักคือแรงงานสายช่าง

ข้อมูลจากบริษัทหางานเอกชน บริษัทจัดหางาน จ๊อบส์ดีบี ระบุว่ากลุ่มธุรกิจที่มีความต้องการบุคลากรเข้าร่วมทำงานอย่างสม่ำเสมอ มี 5 อันดับได้แก่ 1.ธุรกิจการจัดการทรัพยากรบุคคลและธุรกิจที่ปรึกษาทรัพยากรบุคคล 2.ธุรกิจด้านไอที 3.ธุรกิจบริการด้านการเงิน 4.ธุรกิจสายการผลิตและธุรกิจโฆษณา ประชาสัมพันธ์ การตลาด และ 5. สายการผลิต โดยสายการผลิตถือว่าตลาดแรงงานไทยยังคงเป็นที่ต้องการในทุกอุตสาหกรรมที่มีการผลิตทั้งสิ้น โดยเฉพาะตําแหน่งช่างต่างๆ ที่กําลังขาดแคลน

เช่นเดียวกันกับภาครัฐ เจ้าหน้าที่กองวิจัยตลาดแรงงาน กรมการจัดหารงาน กระทรวงแรงงาน ที่ให้สัมภาษณ์กับ “ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอสออนไลน์” ว่าความต้องการแรงงานในตลาดที่เป็นแรงงานสายช่างของเด็กที่จบ ปวช. ปวส.นั้นเป็นสิ่งที่ตลาดขาดแคลนอย่างหนัก

“ไม่ว่าเศรษฐกิจจะขึ้น หรือเศรษฐกิจจะลง สาขาช่าง เป็นสาขาที่มีความต้องการจากนายจ้างสูงตลอด”

โดยเฉพาะสายช่างทุกสาขาที่เป็นที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นช่างเครื่องยนต์ ช่างไม้ ช่างเหล็ก ช่างเชื่อม ช่างไฟฟ้า ฯลฯ ซึ่งเมื่อจบมาแล้ว มักจะได้รับค่าจ้างมากกว่าวันละ 300 บาทตามอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ เนื่องจากเป็นสาขาที่ขาดแคลน และเด็กที่จบสายช่างมาจะเป็นผู้เลือกว่าจะทำงานที่ไหน มีคนแย่งตัวกันไปทำงานมาก นอกจากนี้หากใครที่เข้าร่วมโครงการพัฒนาฝีมือแรงงานกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงานด้วยอีก ค่าตอบแทนก็จะมากกว่าปกติ เพราะมีใบรับรองไปสมัครงานได้

แต่ปัญหาคือค่านิยมของคนไทยคืออยากให้ลูกหลานเรียนในระดับสูง ดังนั้นเมื่อลูกหลานเรียนจบสายช่างในระดับ ปวช.ปวส. ก็จะไปเรียนต่อเพื่อให้ได้วุฒิการศึกษาปริญญาตรีในสาขาที่มีความนิยมเรียน ทำให้นักศึกษาที่เรียนจบปริญญาตรีจบมาครั้งหนึ่งจำนวนมาก มีดีมานย์ หรือความต้องการขายล้นตลาดมากเกินกว่าตำแหน่งงานที่เปิดรับ ทำให้ที่ผ่านมาเด็กที่จบในระดับปริญญาตรี ต้องกลับไปหางานโดยใช้วุฒิ ปวช. ปวส.

คำถามคือจะเสียเวลาไปเรียนปริญญาตรีเพื่ออะไร ในเมื่อความก้าวหน้าในอาชีพสายช่างจากประสบการณ์ก็มีอยู่สูง จึงแนะนำว่าหากใครที่จบสายช่าง ควรไปหางานทำไปเลย ดังนั้นทางออกคือต้องเลิกสนใจวุฒิการศึกษา

“ตอนนี้เด็กมักนิยมไปเรียนในสาขาที่มีการเปิดการเรียนการสอนเยอะๆ ทั้งมหาวิทยาลัยภาครัฐและเอกชน เมื่อมหาวิทยาลัยเห็นคนอยากเรียนเยอะ ก็เปิดสาขาเพิ่ม รับคนเพิ่ม ปรากฎว่าพอเรียนจบมาจึงไม่มีงานทำเพราะแรงงานมีมากกว่าความต้องการของตลาด และที่สำคัญคือนายจ้างมักจะรู้สึกว่าได้คนมาทำงาน ไม่ตรงกับคุณสมบัติที่ต้องการ”

ปัญหาโครงสร้างแรงงานไทยจึงต้องแก้เรื่องระบบการศึกษาด้วย ประเด็นสำคัญคือวันนี้การศึกษาไทยเน้นปริมาณ มากกว่าคุณภาพหรือไม่?

การผลิตนักศึกษาของมหาวิทยาลัยต่างๆ ที่เน้นการขายหลักสูตรที่ได้รับความนิยมมากเกินไป ทำให้ทุกวันนี้เกิดปัญหาว่าเมื่อสำนักงานจัดหางานได้ส่งคนไปทำงาน ปัญหาที่เจอบ่อยที่สุดคือ นายจ้างไม่ให้พ้นโปร เพราะว่า ความคาดหวังของนายจ้างที่มีต่อคุณภาพผู้ที่จบการศึกษาสายต่างๆ นั้นไม่สอดคล้องกัน

พูดง่ายๆคือ เรียนจบสาขาดี แต่คุณภาพของบัณฑิตที่จบมาไม่ถึงกับสิ่งที่นายจ้างคาดว่าจะเป็น หลายคนจบมา แต่ทำงานไม่ได้!

เจ้าหน้าที่กองวิจัยตลาดแรงงาน กล่าวว่า ข้อมูลที่น่าสนใจคือข้อมูลที่สำนักงานสถิติแห่งชาติได้มีการสำรวจมา ว่า 5 อันดับของคนตกงานมากที่สุด คือสายอาชีพอะไรบ้าง พบว่าอันดับที่ 1 คือ อาชีพที่เกี่ยวกับการบริหารธุรกิจ/บริหารการพาณิชย์ อันดับที่ 2 คือ สายงานคอมพิวเตอร์ อันดับที่ 3 คือ สายวิศวกร อันดับที่ 4 คือ สังคมศาสตร์ และอันดับที่ 5 คือสายมนุษยศาสตร์

แทบเป็นเรื่องที่น่าตกใจอย่างอาชีพสายคอมพิวเตอร์ และอาชีพสายวิศวกรที่มีการตกงานนำหน้าสายสังคมศาสตร์และสายมนุษย์ศาสตร์ไปแล้ว

ปรากฏการณ์ที่เห็นเกิดขึ้นในสังคมไทยขณะนี้คือ บริษัทใหญ่ๆ ได้เข้าไปร่วมกับสถาบันการศึกษาเพื่อผลิตบัณฑิตในส่วนที่เขาต้องการขึ้นมาโดยเฉพาะ

คณะนวัตกรรมการจัดการข้อมูล สถาบันเทคโนโลยีเจ้าคุณทหารลาดกระบังเป็นหนึ่งในนั้น ที่กลุ่มบริษัทด้านเทคโนโลยีหลายบริษัท และภาครัฐ เช่น ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) บริษัทซีเกทเทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทเวสเทิร์น ดิจิตอล (ประเทศไทย) จำกัด ฯลฯ ได้เข้ามามีข้อตกลงร่วมกับสถาบันการศึกษาของไทย จัดตั้งหลักสูตรใหม่ๆ เพื่อผลิตคนในสาขาวิศวกรรมศาสตร์ป้อนภาคอุตสาหกรรมที่ขาดแคลน

แสดงให้เห็นถึงปัญหาด้านการศึกษาของไทยได้เป็นอย่างดีว่า วันนี้การผลิตบุคคลากรกับความต้องการในตลาดนั้น ยังมีจุดอ่อน

อาชีพวิศวกรรมนี้เป็นตัวอย่างสำคัญ ที่คนในสังคมถือว่าเป็นคณะที่เรียนแล้วมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี แต่ความเป็นจริงที่น่าตกใจคือคนที่เรียนสาขานี้มา มีอัตราการตกงานจำนวนมาก และมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งๆ ที่ภาคอุตสาหกรรมยังมีความต้องการนักศึกษาที่จบสาขาวิศวกรรม แต่ในอดีตเป็นสาขาที่มีการผลิตบุคลากรน้อย ปัจจุบันกลับมีคนที่จบสาขานี้จำนวนมาก เพราะมหาวิทยาลัยทั้งภาครัฐและเอกชนต่างแข่งกันเปิดการเรียนการสอนสาขานี้ แต่จบออกมาส่วนหนึ่งได้ทำให้เกิดคำถามเรื่องไร้คุณภาพ ดังนั้นเพื่อให้ตอบรับกับระบบการผลิต ภาคอุตสาหกรรมจึงต้องโดดเข้ามาในแวดวงการศึกษาด้วยตนเอง ปัจจุบันเมื่อรวมจำนวนกับคณะวิศวกรรมของสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ บัณฑิตด้านนี้จึงจบออกมาเดินเตะฝุ่นมากขึ้น

เรื่องนี้เป็นอีกหนึ่งปัญหาสำคัญด้านแรงงาน และด้านการศึกษาของไทยที่ไม่ควรมองข้าม…

ณฐา จิรอนันตกุล: ทีมข่าวไทยพีบีเอสออนไลน์

ขอบคุณข่าวจาก: http://news.thaipbs.or.th/…/รายงานพิเศษ-ว่างงานปี-57-บัณฑิต…-“คอมพิวเตอร์-วิศวกรรม”-ติดอันดับ

======ประชาสัมพันธ์
สำหรับนศ.จบใหม่ยังไม่มีงานทำ ยังไม่ถูกเรียกสัมภาษณ์ หรือเรียกไปหลายที่แล้วยังไม่มีที่ไหนรับ เนื่องจากความสามารถไม่ถึง ไม่มีประสบการณ์ อยู่บ้านเฉยๆโดนคนที่บ้านกดดันทุกวัน สามารถร่วมโครงการฝึกงานพิเศษเพื่อฝึกวิชาและสร้างผลงานได้ http://goo.gl/K012sN

หรือหากเป็นนักศึกษา/บุคคลทั่วไปที่อยากสร้างธุระกิจของตนเองสามารถร่วมอบรมสร้างธุระกิจเงินล้านด้วย IT ได้ที่ http://goo.gl/OxZ368

28/11/2014

0 Responses on ปี 57 จบใหม่อาชีพตกงานอันดับต้นๆคือ..."

    Leave a Message

    Your email address will not be published. Required fields are marked *

    You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

    CITEC Evolution Co. , Ltd
    %d bloggers like this: